sorapat's profileapple's worldPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    April 11

    ช่วงเวลาที่ปล่อยให้ผ่านเลย

     
    Happy Songkran day
     
    ช่วงวันเวลาแห่งความสุข กำลังจะมาเยือนเราแล้ว ถึงหน้าเทศกาล ที่ทุกคนรอคอย ขอให้ทุกคนมีความสุขนะค้า
     
    ช่วงนี้เปนช่วงจิตตกของเปิ้ลเอง ทำไมตัวเองถึงได้คิดนู่นนี่ได้ตลอดเวลา วันนี้อยากเปนงี๊ อีกวันก้ออยากเปนอีกอย่าง เพื่อนๆคงงง ว่าไอเปิ้ลมันเปงรายวะเนี่ย
    เราเองยังไม่รุ้เรยว่าตัวเองเปนอะไร อยากจะเปนอะไรในภายภาคหน้า จิงๆแล้วชีวิตเราเอง เราก้อต้องเปนคนกำหนดเอง แต่ทำไมเหมือนว่าเรากลับปล่อยเวลาให้มันผ่านไปเฉยๆ
    รอให้มันดำเนินไปตามโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ว่าแล้วก้อเหมือนเปนคนโรคจิตนิดนึง
     
    เมื่อไหร่จะผ่านช่วงเวลานี้ไปนะ
    เซรงอ่ะ
     
    จะมีใครซักคนมาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร --> เพลงไรว้า โดนโคตรๆๆเลย
    March 30

    Something changed

    ถึงเวลาอัพบลอกของตัวเองซะที หลังจากที่ไปแอบอ่านของคนนู๊นคนนี้มาตลอด
     
    ช่วงเวลาที่ผ่านมามีอะไรหลายๆอย่างเข้ามาในชีวิต และล่าสุด มันก้อเปนความผิดหวัง จากความคาดหวังในสิ่งหนึ่ง แล้วพลาดหวัง มันก้อต้องเสียใจเปนธรรมดา
    แต่ เราจะทำใจยอมรับมันได้เรว และมากน้อยขนาดไหน ยอมรับว่าครั้งแรกที่รู้ ตอนแรกคิดว่าไม่เปนไรหรอก แต่แล้วน้ำตามันก้อไหลออกมาเอง
    ความผิดหวัง เศร้า เสียใจ มันประดังประเดเข้ามา ณ ตอนนั้น อาจเปนเพราะคาดหวังไว้สูง เลยเสียใจมากมั๊ง (หวังมากเท่าไหร่ เสียใจมากเท่านั้น)
    แต่เอาเถอะ มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้ก้อได้แต่ plan  ชีวิตใหม่ ว่าจะทำไรต่อ ตอนนี้ก้อพอได้เค้ารางๆ มาแล้ว แต่ยังไม่รุ้ว่าจะต้องเสียใจกะความหวังครั้งนี้อีกไม๊
    ไม่อยากคิดไกลกว่านี้แล้ว เอาแต่ ณ ปัจจุบัน เรากะลังทำอะไรอยู่ มีสติรึป่าว รู้สึกว่าหลังจากจบมา ความคิดตัวเองเปลี่ยนไปเยอะ ไม่ใช่แค่อยู่แต่ในรั้วมหา ลัย มันต้องมองกว้าง
    มันเปน อนาคตของตัวเอง ที่เราต้องเปนคนกำหนดเอง
    สู้ๆ สู้ตาย
     
    ปล เพิ่งเคยเจอคนที่ทำชั่วแล้วได้ดี ก้อช่วงนี้แหละ ไม่รุ้มันเจริญอยู๋ได้ไงวะ แมร่ง
    February 13

    Just Valentine

    พอดีวันนี้ว่าง+เปนวัน valentine พอดี เลยเข้ามาอัพบลอก
    ทำไมไม่รุ้ช่วงนี้รู้สึกอยากมีคนคอยห่วงใย ถามสารทุกข์สุขดิบ คอยดูแลเรายังไงก้อไม่รุ้สิ อาจเปนเพราะช่วงนี้เปนช่วงที่กำลังรอผลสมัครเรียนต่อโทอยู่ รอผลว่าเค้าจะให้ผ่านมาสัมภาษณ์รึป่าว เลยรุ้สึกอยากได้กำลังใจไงก้อไม่รุ้ กอปรกับช่วงนี้ โห valentine มาซ้ำเติม กระหน่ำซะขนาดนี้ มองไปทางไหนเหนแต่คนเดินควง จับมือกัน แถมเมื่อเช้าขึ้นรถเมล์ เจอคู่นึง ขนาดนอนหลับยังจับมือกัน โห จี๊ดเรย อิจฉาตาร้อนมักๆ ไอเราก้อดันไปนั่งข้างเค้าซะงั๊น ไม่น่าเรยตู เศร้าจิงๆ
    Valentine ก้อเปนคงเปนแค่วันๆหนึ่ง ที่ใครหลายๆคนจะพูดถึงแต่เรื่องของความรัก แต่สำหรับคนโสดสนิทอย่างเรา ทำไงได้ ไม่มีอะไรพิเศษ จึงเปนแค่วันๆหนึ่งที่มานั่งทำงาน แล้วมันก้อจะผ่านไปเอง เหมือนเปนวันธรรมดาทั่วไป อีกไม่นานก้อจะหมดวันแล้ว พรุ่งนี้ก้อคงกลับมาเปนปกติ (มั๊ง)
    เอาล่ะ มองไปข้างหน้า ชีวิตทุกคนต้องก้าวต่อ คงเอาเวลามานั่งคิดเรื่องนี้มากไม่ได้ (แต่ก้อต้องมีแวบกลับมาคิดทุกทีสิหน่า)
    เซงแฮะ
    ไปดีก่า โชคดีนะ
    February 03

    ความลับ 5 ข้อ

    จิงแล้วคราวนี้ น่าจะอัพเรื่องที่โดนไอนุ่น tag มา แต่ว่ายังนึกไม่ออกครบทั้ง 5 ข้อ เลยกะว่าจะทยอยๆไปละกาน
    พอดีอาทิดนี้ว่างแล้ว เพราะหลังจากที่ลุ้นกะผลการสอบ CUTEP ครั้งสุดท้าย ผลที่ได้ก้อตามเคย ยังๆม่ถึง 550 แต่ได้มา 547 ยังไงก้อจะสมัครอยู่ดี เหอๆ ประมาณว่าไม่ลองไม่รุ้เฟ๊ย
    เอาละ เริ่มข้อแรกละกาน
    ข้อแรก - เพื่อนๆอาจคิดว่าดูภายนอก ไอเปิ้ลเป็นคนดูเชข้มแข็ง ล่ำ ถึก แต่จิงๆแล้วข้างในอ่อนแอสุดๆ โดยเฉพาะเวลาอยู่กะครอบครัว เวลามีเรื่องไรนิดๆหน่อยๆ เอาละบ่อเริ่มแตก ถ้าเรื่องไหนสะเทือนใจมากหรือคิดมากหน่อยก้อเป็นเขื่อนแตก บางทีเรื่องไร้สาระยังเก็บไปร้องเองเลย แบบไม่ให้ใครเหน(ทำตัวเปนนางเอกหนังไทย แอบร้องไห้คนเดว กระซิกๆ)
    ข้อสอง - สรพัชร ขี่จักรยานไม่เปนอ่ะ ใครที่คิดว่าเปิ้ลเปน sport girl ม๊ากๆ ออกกำลังกายเปนว่าเล่น(สมัยเรียนนะ) แต่คนนอกอาจไม่รูว่า เปิ้ลขี่จักรยานไม่เปนง่ะ จิงๆแล้วมีที่มา เพราะสมัยเดกๆ พ่อคงคิดว่าหน้าตาลูกสาวดีมากมั๊ง บอกว่าไม่ให้ฝึก เพราะเด๋วขาไม่สวย ประกวดนางงามไม่ด้าย ถ้าพ่อรู้ว่าโตขึ้นมามันจะเปนงี๊ พ่อคงให้มันฝึกซะตั้งแต่เดกไปแร้ว จนป่านนี้ก้อยังขี่ไม่เปนอยู่ดี
    ข้อสาม- จิตใจโลเล เอนเอียงง่ายมาก ประมาณว่าเชื่อคนง่ายมาก หัวอ่อนมั๊ง บางทีโดนคนอำ ยังคิดเปนตุเปนตะ นึกว่าเรื่องจิง แบบว่า จิงเหรอแก จิงดิ ไรประมาณนี้ ฟังคนโน้นคนนั้นหน่อย ก้อเชื่อแล้ว แต่ก้อต้องดูนิดนึงนะ ไม่ใช่เจอคนแปลกหน้า บอกไรก้อเชื่อหมด ชั้นไม่ได้บ้าถึงขนาดน้าน
    ข้อสี่ - ความหลังฝังใจ สมัยเดก แม่เคยบอกว่ามีเพื่อนคนนึว สมัยอนุบาลมาชอบเปิ้ลป่าว เพราะว่าทุกครั้งที่มาเรียนต้องเอาของนั่นู่นี่มาให้ แต่น่าเสียดายที่เค้าออกไปซะก่อน หลังจากนั้น เราก้อไม่ได้เจอกันอีกเรย
    จิงๆแล้ว อยากเจอเพื่อนคนนี้มาก เพราะหลังจากออกไป ไม่ได้ติดต่อไรกันอีกเรย อยากรุ้ว่าตอนนี้ เค้าเปนไงบ้าง อยากรุ้ว่าว่าไปถึงไหนแล้ว จำได้แค่ว่าชื่อ แบงค์ อ่ะ แค่นี้เอง (ความหลังสมัยอนุบาลเรยนะเนี่ย)
    ข้อห้า- ไม่เขียนเรื่องนี้ ไม่ได้แล้ว ช่วงนี้มองไปทางไหน เจอแต่คนมีคู่แล้วทั้งนั้น (ไม่นับเพื่อนในภาคนะ เพราะต่างคู๋กระจายกันไปหมดแล้ว) อาจเปนช่วงนี้หน้าหนาวมั๊ง ใจเรยหนาวตามไปด้วย ฮิ๊ว หน้าหนาวทีไร เปนงี๊ทุกที เพื่อนๆคงๆด้ยิน คำนี้จากปากชั้นบ่นมาตลอดสี่ปี แต่มีปีนึงที่ยังมีความทรงจำที่ดี คงเก็บไว้เปนความทรงจำตลอดไป แต่ทุกคนก้อต้องก้าวต่อไปข้าหน้า เพราะอนาคต รอเราอยู่ เราเชื่อว่า ทุกคนมีคู่ของตัวเองทั้งนั้น ขึ้นกับว่ามันจะมาตอนไหน เรวหรือช้า เราอาจจะใช่สำหรับคนนึง แต่เค้าก้ออาจจะไม่ใช่สำหรับเรา มันต่อง click กันทั้งสองฝ่าย แต่เอาเถอะ เปิ้ลยังรอ Mr right man คนนั้นอย่ (เมื่อไหร่มันจะมาวะ)
     
    เขียนไปเขียนมา ครบห้าข้อซะงั๊น ยังไงก้อทำตามสัญญาแล้วนะนุ่น แกมา tag ชั้น งั๊ฯชั้น tag ต่อมั่ง
    คนที่ 1 - ก่อก๊อ เอาความลับมาบอกน้องซะดีๆ
    คนที่ 2 - มดแดง เรารู้ว่ามดก้อเข้ามาอ่านบลอกเราเหมือนกัน เอาความลับมาซธดีๆ
    คนที่ 3 - ชิบะ มีความลับเกิน 5 แหง บอกมาซะ
    คนที่ 4 - พี่บอล ถึงแม้ว่าจะเปนหัวหน้ากันในเรื่องงาน แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องงานแล้วก้อ เปนพี่น้องกันเนอะ พี่บอลเนอะ พี่ความลับไร บอกน้องสาวคนนี้ได้ป่าวคะ
    คนที่ 5 - พี่เม อ่านะ มีความลับ 5 ข้อ มาบอกน้องคนนี้ป่าวคะ
     
    ขอบคุณล่วงหน้านะก๊าบ ไว้จะรออ่านนะค้า
    December 25

    Merry christmas&Happy new year

    ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที เพื่อนๆมีplan อะไรในชีวิตกันมั่ง จบกันมาจะเกือบปีแล้วนะ
    ทุกคนเหมือนจะโตขึ้น ในสายตาเรา ไม่ใช่เด็กๆเหมือนแต่ก่อน ที่วันๆพวกเราเอาแต่เมาท์ เมาท์ได้ทุกเรื่องในราชอาณาจักร จนนรกจะกินหัวอยู่แล้ว(นินทาอาจารย์กันเปนนิจ)
    สำหรับเราplan ที่เหนเด่นชัดที่สุด คือ เรียนโท ซึ่งจะสอบผ่านรึป่าวก้อยังไม่รู้ หวังไว้ก่อนไง ได้หรือไม่อีกเรื่อง (ทุกคนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง เนอะ)
    หน้าเทศกาลมาถึง office เราหยุดทั้ง week เปนช่วงที่หลั่นล้า ที่สุด หยุดยาวที่สุดเท่าที่เคยหยุด สมใจซะทีเรา
    ปีนี้เปนปีที่มีอะไรผ่านเข้ามาในชีวิตเปิ้ลมากที่สุด หลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องที่น่าเก็บไว้เปนความทรงจำในใจ และเรื่องที่ไม่น่าเอามาคิดอีก ให้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยได้พบเจอ
    ปีหน้าจะเป็นยังไงกันน้า อยากรู้จัง ตัวเองจะมีอะไรก้าวหน้าบ้างน้า(ในหลายๆเรื่องนะเนี่ย)
    ที่เขียนบลอกวันนี้ก้อกะว่าเอาไว้มาอ่านวันหลัง จะได้รู้ว่า ณ วันที่อัพบลอกนี้ ตัวเองเป็นยังไง
    พอถึงวันที่อ่านจะได้ขุดเอาความรู้สึกในวันนี้ขึ้นมาได้
    ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะพิมอะไรแบบนี้ได้ แต่ก้อเนอะสามารถว่ะ
     
    สุขสันต์วันปีใหม่นะ Apple@26.12.2006
    December 02

    ชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว

     
    วันนี้ว่างๆ ขิวๆ เลยมาอัพบลอกกันบ้างล่ะ
     
    พรุ่งนี้เริ่มสอบอีกครั้งแล้ว
     
    ชะตาชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว ได้แต่ทำตามรอยทางที่ถูกกำหนดมา
     
    ชีวิตมันช่างสั้นนัก อยากทำอะไรก้อรีบทำกันนะ พอมันผ่านไปแล้วๆ จะรุ้สึกเสียดาย ที่เราไม่ได้ทำมันซะตั้งแต่ตอนนั้น กลับมานั่งเสียใจเองคนเดว
    เพราะงั๊น ช่วงนี้ อยากทำไร ทำเรย อย่าปล่อยไว้นาน เด๋วหมดอายุ
     
    อนาคตจะเปนยังไงต่อไปน้า อยากรู้จัง
     
    If time pass, U will never come back again
    November 13

    สถานการณ์ปัจจุบัน

    นานมาแล้วที่ไม่ได้มาอัพบลอก ได้เวลาแล้วล่ะ
     
    ช่วงนี้มีอะไรเข้ามาในชีวิตมากมาย มากจนจัดการกะตัวเองไม่ถูก อยากให้วันนึงมีซัก 30 ชั่วโมงจัง
    จะได้มีเวลาจัดอะไรต่างๆให้มันลงตัวที่สุด เหอๆ เพื่อนๆเปนไงกันมั่ง เจอกันล่าสุด ก้อตอนลอยกระทง อ่ะนะ ลอยกระทงพร้อมกันเป็นฝูง
    อีกอย่าง ทุกคนล้วนกลับมาโสด อ่ะนะ แหมๆ เป็นโสดก้อไม่เปนไรหรอกเนอะ
     
    ไว้เจอกันน้าเพื่อนๆ  คิดถึงจ้า
     
    October 11

    ต่อโทๆๆ

    ได้เวลามาอัพบลอกกันซะทีเนอะ
     
    ช่วงนี้ก้อวุ่นๆกับการเตรียมสอบ CU TEP ที่ต้องให้ผ่านเกณฑ์ในด่านแรกก่อน กะลังพยายามอย่างมากมาย
    ไม่รุ้ว่าทำไมถึงได้อยากเรียน course นี้มากขนาดนี้ ตอนแรกๆที่ได้ยินก้อเฉยๆนะ แต่พอเข้าไปหาข้อมูลต่างๆแล้ว ดูที่นี่จะลงตัวกับตัวเองมากที่สุด ทั้งใกล้บ้านและค่าเรียนไม่แพงมาก(เมื่อเทียบกับ course  inter  ของที่อื่นๆนะ) ไม่รุ้ผลจะเปนยังไง แต่หวังไว้ลึกๆว่า น่าจะได้น่า.....
     
    รุ้สึกว่าชีวิตตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้านมากทีเดียว ทุกอย่างมันเข้ามาจนไม่ให้ได้ทันตั้งตัว อยู่ๆก้อมีไอนั่นมา ไอนี่ก้อมาด้วย อันไหนที่พอจะคว้าได้ก้อคว้า อันไหนที่ไม่สามารถจิงๆ ก้อต้องปล่อยผ่านไป (หลังจากวันที่เอ็นนิ้วขาด จนตอนนี้ต่อติดได้เปนปรกติ แล้วก้อหวังว่าคงจะไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับตัวเองอีกนะ )
     
    ทุกวันนี้ทำงานอย่าง happy  ทุกอย่างโอเค อย่างที่แอบหวังไว้ลึกๆ ตอนแรก และก้อสำหรับอนาคตก้อต้องรอลุ้นกันต่อไป
     
    อีกอย่างช่วงนี้อารมณ์แปรปรวน เด๋วก้อคิดนู่น คิดนี่ ซักพักคิดใหม่ ไม่เอาละ เอาอีกอย่างดีกว่า จนงงตัวเอง สงสัยจะมีปัญหาว่าเมน ผิดปรกติมั๊ง อิอิ
     
    วันเสาที่ 5 เดือนหน้าจะสอบแร้ว อ่านหนังสือเปนเต้าคลานงี๊ จะผ่านมั๊ยวะตู  เออ มีใครจะไปงาน fat fest  ป่าว ตอนนี้มีเรากะนุ่น ที่ซื้อบัตร ไปแล้ว ถ้ามีก้อบอกๆ ด้วยนะ จะได้เจอกาน
     
    ไว้เท่านี้แหละ( จิงๆมีความลับเก็บไว้เยอะมาก แต่เผยหมด ก้อไม่ใช่ความลับอ่ะดิ อิอิ)
     
    บายจ้า
    คิดถึงทุกคน
     
     
    September 08

    Int'l business management

    หลังจากที่กลับมาจากเหนือ ก้อมีเรื่องให้ทำตั้งเยอะแยะมากมาย แต่เรื่องที่อยู่ในหัวตอนนี้มากที่สุด คือ เรียนต่อโท ซึ่งมีอยู่ที่ๆนึง ที่เล็งไว้แล้ว คือที่จุฬา คณะบัญชีแหละ แต่ว่าเปน International Business Management ซึ่งเปน Master of Management  น่าสนใจมาก อยากเรียนสุดๆ ไม่รุ้ว่าทำไม ถึงรู้สึกว่าอยากเรียน course นี้จัง เพื่อนๆคนไหนสนใจที่นี่ มาถามเราได้ ช่วงนี้ก้อกะลังเตรียมสอบ CU TEpเดือน พฤศจิกา ต้องสอบให้ผ่าน และต้องไปสอบของเค้าอีก สัมภาษณ์กันตามเรื่องตามราว แต่ช่วงนี้เอาแค่ให้ได้ผ่านสอบนี้ให้ได้ก่อน ผลเปนยังไงค่อยว่ากันใหม่ จิงๆแล้วก้อไม่ค่อยอยากจะหวัง อะไรมากนัก เพราะหวังทีไร ทุกครั้งต้อง fail  กลับมาทุกครั้งไป แต่นี่มุ่งมั่นจิงๆ แถมหาเพื่อนที่ตะเรียนได้แล้วด้วย ค่อยอุ่นใจขึ้นมานิดนึง เฮ่อ จะรอดมั๊ยเนี่ยตู เปนกำลังใจให้ด้วยนะจ๊ะ
    August 31

    แอ่วเหนือ

    จิงๆแล้ว มันมีเรื่องที่ควรจะมาอัพ นานแล้ว แต่ตอนนั้นมันไม่สะดวก วันนี้ฤกษ์งานยามดี ก้อเลยมาอัพซะ
    ช่วงก่อนหน้านี้ประมาณสองเดือน ที่บ้านเกิดเรื่อง ทำให้ต้องเข้าเฝือกอยู่เดือนนึงเพราะเอ็นที่นิ้วกลางขวาขาด เลยต้องเย็บต่อเอ็น แล้วก้อใส่เฝือกอยู่เดือนนึง รุ่งขึ้นหลังจากวันที่เพิ่งถอดเฝือกมาหมาดๆ ก้อได้รู้ว่าตัวเองจะได้ไปฝึกงานที่ภาคเหนือ แบบค่อนข้างกะทันหัน รู้วันจันทร์ ไปวันพุธ ทุกอย่างมันดูเร็วจนเกือบตั้งรับไม่ทัน แต่ก้อถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก ได้ไปในที่ต่างๆที่ไม่เคยไปมาก่อน ไปเจอทั้งคนที่น่าคบและไม่น่าคบ แต่ถือว่าได้มากกว่าเสีย ยังนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าเกิดปฏิเสธไม่มาที่นี่แล้ว จะรู้สึกเสียดายมากขนาดไหน นี่ก้อเพิ่งกลับมาสดๆร้อนๆ ขากลับเครื่องดัน delay  ไปอีก เกือบชั่วโมง จิงๆรายละเอียดที่ไปนี่เยอะมาก ทั้งได้ไปดูไร่ข้าวโพด ไปดูความแตกต่างของแต่ละพันธุ์ รู้จักกการตรวจคุณภาพอาหาร แบบปฏิบัติจิง กินจิง อิอิ กลับมาเลยเอานน. จากที่นู่นกลับมาด้วยเรย แต่ยังไม่กล้าชั่ง นน. กลัวรับไม่ได้อ่ะ T_T เอาไว้วันหลังจะมาอัพใหม่นะ
     
     
    June 25

    วันถ่ายรูปรวม จับบัณฑิตใส่กระด้ง

    วันนี้เปนวันที่ได้ใส่ชุดครุยเตมๆ เปนครั้งแรก ตื่นเต้นเล้กๆ แต่คือต้องแหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่เช้า มาแต่งหน้าทำผม
    แล้วทางผมที่ทำมาอาจจะไม่ค่อยเข้ากะหน้าตัวเองซักเท่าไหร่ หน้าบานเปนกระด้ง เลย (คือตัวเองเปนคนหน้าบานไงบวกกะเวลายิ้ม โห เลิกพูด) แล้วแบบว่าเวลาถ่ายรูป พี่ดิชั้นเองก้อบอก เปิ้ลอย่าจิก!! คือแบบว่าเวลาถ่ายรูปชอบจิกหน้าลง แล้วแบบรูปน่าเกียดมักๆ ไม่เปงไร วันจิงสวยแ เพราะเรารู้มุมที่เราคิดว่าสวยที่สุดแล้ว วันจิงก้อจะเหนรูป สรพัชรมีอยู่มุมเดว เหอๆๆ ไว้ค่อยคอยดูละกานนะ อีกอย่างวันนี้ก้อดีหน่อยที่ฝนตกไม่หนักมาก โดยรวมๆแล้วก้อโอเคนะ หวังว่าวันจิงฝนคงไม่ตก สาธุ
     
     
    ไว้มาอัพใหม่
    June 13

    รับน้อง food

    แต๊แน ได้เวลาอัพบลอกอีกครั้งแล้วนะคะ

    เริ่มกันเรย

    วันก่อนไปรับน้องมา หนุกมาก ที่พักมีสระว่ายน้ำที่มีเครื่องเล่นด้วยด้วย แบบว่าสระลึก 2 เมตร มีพวก slider โหนสลิง ไรประมาณเนี๊ย

    ก้อดีนะ ได้ไปเล่นน้ำเปนเดกๆอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะว่ายน้ำไม่ค่อยคล่องก้อตาม ไม่หวั่นอยู่แล้ว ทำไงล่ะ

    ชูชีพช่วยชีวิตสิเทอ แค่มีไอนี่ โอ้ว ชีวิตช่างสดใสยิ่งนักกันเรย  พอได้ยินว่าน้องๆกะลังไปเล่นน้ำที่สระกันอยู่ สรพัชรก้อเอาเรย

    เฮ๊ย เล่นน้ำกันเหอะ ไม่ช้าไม่นานเพื่อนๆก้อพากันมาที่สระกันหมด มีทั้งที่ลงสระกะที่ไม่ลงก้อมันส์ๆ กันตามอัธยาศัย

    ไอเราก้อใส่ยีนเล่นเพราะไม่ได้เอาขาสั้นมา เอาเหอะ แค่นี้บ่ยั่นอยู่แร้ว ลุย

    ตอนแรกก้อกล้าๆ กลัวๆ พอได้ลงน้ำปุ๊บ เล่นกันจนลืมเรยว่าตัวเองน่ะ บัณฑิตแล้วนะ

    ก้อมีน้องๆมาเล่นกันเต็มไปหมด นานๆจะได้เหนอะไรแบบนี้ซักที ใจนึงก้อรู้สึกดีจังได้กลับมาเปนพี่อีกครั้ง เพราะเมื่อครั้งที่เราออกไปสู่ชีวิตด้านนอก เรากลายเปนคนที่เดกที่สุดในบริษัท อยู่ที่นี่เรยเปนคนที่มีสาระไป

    ข้ามช๊อตไปที่ตอนบานศรีกันเรยดีก่า เพื่อนฟู้ดอาจงงงว่า อ่าว แล้วบ้านผีล่ะ คือ สรพัชรกลับมานอนที่ห้องตั้งแต่น้องมันยังไม่ทำกับข้าวเยนกันเรย ประกอบกับกลัวผี เรยไม่ไปแจมกะเค้า

    ตอนบายศรี ปีนี้เปนปีที่ดึกสุด เพราะกว่ามันจะพาน้องๆมาบาย แล้วกว่าจะเส็ด เล่นเอาเกือบตีสี่ โอ้แม่เจ้า ไรมันจะlate ขนาดนี้

    แต่ตอนที่บายให้น้องๆนั้น ก้อรู้สึกว่า เออ เราโตเปนผู้ใหญ่แล้วจิงๆนะ เพราะเริ่มเมาท์กะหลิวที่นั่งข้างๆ เรื่องแบบการทำงาน เรื่องที่เปนอดีต แบบที่เค้าเคยบอกกันว่า คนแก่เค้าชอบเล่าเรื่องในอดีต นั่นแหละ เป๊ะเลย

     หลังจากนั้นก้อแยกย้ายกันกลับไปนอน เอาแรงกันก่อนเดินทางกลับ

    นั่นแหละ ทริปรับน้องปีนี้ (จะเปนปีสุดท้ายที่จะได้มาป่าววะเนี่ย!)

     

     

    May 19

    Thaifex

    ได้เวลาอัพบลอกซะที  วันนี้เพิ่งไปงาน thaifex มาเดินไปเยอะเหมือนกัน(แอบเมื่อย) รู้สึกว่างานปีนี้ไม่ค่อยมีให้ชิมมากนัก (คือสู้ปีก่อนๆไม่ได้งาย) แบบว่าเปนพวกกินดะ พอเค้าไม่ค่อยมีให้ชิมเลยแอบเซงเรย แต่ไม่เปงไร สรพัชร บ่ยั่น ก้อไปกินอันที่เค้าให้ชิมก้อด้ายวะ
    แต่จิงๆเรื่องที่จะมาเมาท์ไม่ใช่แค่นั้น คือขากลับก้อไปแบกของกลับมาเยอะมาก แบบว่าแทบจะเอาปากคาบมาได้ ตอนเอานี่ไม่ได้นึกถึงขากลับกันเลยว่าจะกลับกันยังไง แต่ยังไงก้อแล้วแต่ที่สามารถกลับมาโดยสวัสดิภาพทั้งแม่ ลูก ตอนมาเหนของที่กองรวมกันตอนจะกลับบ้าน คือแบบว่ามองหน้าแม่แล้วแบบ แม่งจะเอากลับกันยังไงวะ จิงๆแล้วคืองกนั่นเอง เพราะส่วยใหญ่เปนของที่เค้าให้มา ความงกมันบังตาก้อเงี๊ยะ ตอนนี้กะลังอยากเจอเพื่อนๆมักๆ ไว้ยังไงจะมา อัพใหม่นะ
    คิดถึงเพื่อนๆทุกคน
     
    May 07

    life's purpose

    เมื่อวานพี่เพิ่งพาไปกินข้าวมา จิงๆแล้วเรื่องพาไปกินเหมือนจะเปนแค่จุดประสงค์รอง แต่หลักๆแล้วเหมือนจะเตือนๆให้เตรียมตัวกับอนาคต ที่เริ่มใกล้เข้ามาแล้ว เหมือนว่าคนเรามันต้องมีจุดประสงค์อย่างนึงไว้ก่อน แล้วพยายามทำให้ตัวเองไปถึงจุดประสงค์นั้นให้ได้ อย่าลืมมันซะล่ะ อะไรประมาณนี้ ซึ่งเหมือนเปนการสอนกันขนานใหญ่ เพราะพี่ไม่เคยที่จะสอนกันเปนเรื่องเปนราวนานขนาดนี้ แต่ก้อดีแล้วล่ะ
    อีกอย่างหลังจากได้คุยกันทั้งพี่และนุ่น (ที่ได้ไปกินกันด้วย อีใหม่พลาดซะแร้ว) เริ่มรู้สึกว่าเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้กลายเปน
    สิ่งที่ยังห่างไกลความจิงอยู่พอสมควร ตอนนี้เลยได้จุดมุ่งหมายใหม่คือ หาทางไปเรียนต่อเมืองนอกให้ได้ แบบไปหาทุนเรียนเอาน่ะ ตั้งใจไว้ว่าไม่เกิน 2 ปี ต้องไปให้ได้ แต่ตอนนี้คงยังทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆก่อน พอถึงเวลาจะได้รู้ว่าควรเรียนต่อด้านไหน ควรเปนด้านที่เราชอบมันจิงๆ เพราะรู้สึกว่าตัวเองอาจมาผิดทางซะตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว(ช่วงนี้คำนี้พูดบ่อยมาก)
    ตอนนี้อารมณ์ตัวเองก้อยังไม่คงที่ มีเรื่องให้ว้าวุ่นใจอยู่ตลอด ซึ่งหวังว่าอีกไม่นาน มันคงจะทุเลา หรือไม่ก้อหายไปซะ จะได้สบายใจขึ้น
    เอาเถอะชีวิตคนเรามันต้องก้าวต่อ ไม่มีอะไรสำเร็จในครั้งแรก (ถูกมั๊ยเพื่อน!!) 
     
    จิงแล้วอาทิดนี้กะไม่อัพแล้ว แต่ก้อมีเรื่องให้อัพจนด้าย
     
    ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาอ่านจนจบ
     
    ไว้ต่อคราวหน้า
     
    April 28

    2 weeks passed!!!

    เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก แป๊บๆก้อทำงานปาเข้าไป 2 อาทิดแล้ว
    ก้อรู้สึกว่าพอจะจับอะไรได้บ้าง แรกๆนี่งงเปนหมูตาแตก ก้อแอบวุ่นๆอยู่เหมือนกัน
    ตอนแรกคิดว่าจะดีที่เจ้านายไปเมืองนอก ไม่อยู่อาทิดนึง และแล้ววันรุ่งขึ้น หัวหน้า(ลูกสาวเจ้านาย) ดันมาป่วยเปนหัดเยอรมันซะงั๊น ไอเราก้อเหวอเลย อ้าวก้อตอนก่อนที่เจ้านายจะไป เล่ยสั่งงานไว้ซะเยอะ คือกะไปแบบสบายใจเลย
    ไอเรานี่ไม่รู้จะเริ่มยังไงกันเลย เลยไปเกาะพี่คนนึงให้เค้าช่วย ก้อผ่านมาได้แบบเกือบไม่ครบ 32 เหมือนกัน
    แต่เอาเถอะผ่านมาแล้ว 2 อาทิด ก้อถือว่าได้งานที่น่าพอใจในระดับนึง(ตัวเองพอใจ) แต่ไม่รู้ว่าวันอังคารที่เปิดมาแล้วเจ้านายเค้าจะว่าไงมั่ง ต้องเผชิญหน้ากะสิ่งที่จะเกิด ก้อโตแล้วนิ จะมาทำงอแงแบบเด็กๆไม่ได้แล้ว
    April 21

    อาทิดแรก

    อ่า ได้เวลามาอัพละ อาทิดที่ผ่านมาเปนการทำงานอาทิดแรกหลังจากจบไป
    ก้อเหนื่อยดี กลับมาบ้านกินข้าวแล้วหลับเลย ช่วงนี้เลยรู้สึกบวมๆ จิงๆมันก้อบวมมานานแล้ว แต่มันฉุๆน่ะ
    ก้อเพราะคุณป้าแม่บ้านทำกับข้าวอร่อย (เปนความผิดป้าแก ซะอีก) แต่เราก้อหลวมตัวกินไปเยอะ
    ก้อถือว่าการทำงานอาทิดแรกก้อไปได้ดี พอควร แต่ก้ อด้วยมันเปนงานที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ถือว่าพอใจกะงานที่ได้แความรู้ที่รับมา
    ก้อถือว่าเปนการเรียนรู้กันไป ค่อยเปนค่อยไปละกาน จะเอาไรมากกะเดกที่เพิ่งมาทำงานได้ไม่ถึงอาทิด
    แล้วนายที่นั่น ก้อเหมือนครูใหญ่เลย แกให้สมุดมาเล่มนึง แล้วบอกว่าให้จดความรู้ทุกอย่างที่ได้รับมา แล้วส่งทุกอาทิด แกจะเปนคนตรวจเองเลย เออ ดีเว๊ย เหมือนเรียนต่อเรย ได้อารมเปนนักเรียน
    ทุกวันต้องไปทำงานแต่เช้า ออกจากบ้านตั้งกะ 7 โมง กว่าจะถึงที่ทำงานก้อประมาณ 8 โมง ก้อต้องตะลีละเหลือกไปprint เมล์ ที่เข้ามาทุกฉบับ แถมเส้ดแล้วก้อต้องมาทำเอกสารที่ค้างไว้อีก วุ่นอย่างนี้ทั้งวัน แป๊บๆเที่ยง แป๊บๆเย็น
    เหมือนเวลามันผ่านไปเร็วมาก วันๆนึง แต่ก้อพยายามทำเท่าที่ทำอ่ะนะ ถือว่า โอเค
    เอาล่ะ ทำงานมา5วัน ก้อประมาณนี้แหละ กลับถึงบ้านก้อสลบแล้ว เหนื่อยน่ะ
    ไว้มีอะไรจะมาอัพใหม่น้า
    ขอบคุณที่มาอ่าน
     
    April 13

    วันยีสต์

    จิงๆแล้วมันเผนเรื่องที่ควรอัพมาตั้งแต่วันที่ประสบ  แต่ลืม
    เอาเปนว่าได้โอกาสพอดี
    คือวันอังคารที่ผ่านมาเรากะจะไปจ่ายค่า เนตกะค่าขอเบอใหม่มาซึ่งมันจะเปนบิลสองใบ
    ใบแรกเปนของทรุอีกอันเปน tot ซึ่งก้อถึงเวลาไปจ่ายแล้ว เด๋วมันจะตัดซะก่อน
    ก่อนไปก้อถ่มพี่ว่าร้านทรูมันมีที่ไหนมั่ง เพราะตัวเองก้อคุ้นๆว่ามันน่าจะมีที่ siam dis แต่พี่บอกว่า paragon น่ะมีชัว
    ก้อเอาวะไปก้อด้าย แล้วคือตอนนั้นอยู่ที่มาบุญครอง ต้องเดินไปถึงพารากอน
    นึกสภาพระยะทางการเดินทางระหว่างมาบุญครองถึงพารากอน ก้อไกลอยู่ แถมร้อนด้วย
    ก้อเอาวะ พอใกล้ถึงก้อโทรถามพี่ว่าร้านอยู่ชั้นไหน พี่ก้อบอกจำไม่ได้ ถามยามดิ
    ก้อเอาวะ ถามได้ความว่าอยู่ชั้นสาม แล้วพอถึงชั้นสาม (ขึ้ยบันไดเลื่อนไป) ถ้ากรูมองไปทางขวาก้อจะเจอร้าน แต่
    ดันมองทางซ้าย แล้วไงล่ะพารากอนก้อชั่งแคบเท่าแมวดิ้นตายซะเหลือเกิน สรพัชรเลยซัดไปหนึ่งรอบเดินวนซะ
    พอมาถึงร้าน พนงก้อบอกจ่ายได้เฉพาะของทรูนะคะ ไม่รับจ่ายอันอื่น กรูก้ออ้าว เค้าก้อบอกไปจ่ายที่ siam dis ก้อด้ายค่ะ
    โห แม่ง
    เดินมาตั้งไกล คือกะว่าจะรูดการ์ดไง เพราะเงินสดในเป๋ามันไม่ค่อยมี ก้อเลย แบบไปจ่ายพร้อมกันที่นู่นก้อด้าย
    ต้องเดินกลับไปอีก ระยะทางพิสูจน์ม้าจิงๆ
    คือตอนนี้เริ่มเจ็บตีน เพราะรองเท้าแม่งกัด พอถึงร้านที่ dis ก้อได้ความว่าต้องจ่ายแยก จ่ายรวมไม่ได้ แล้วไอใบของtot มันรูดไม่ได้เพราะตังน้อยเดิน ก้อเลยต้องจ่ายสดไปอีก
    แม่งเงินสดก้อไม่ค่อยมี เซงจิงๆ
    ช่างเปนวันที่ยีสต์ มักๆ
    April 12

    เสียง ตุ๊บข้างหู

    ได้เวลาอัพบล็อกซักที แต่ช่วงนี้ชีวิตมันไม่มีไรมาก แต่มีอันนึ่งอยากเล่ามั่ง

    วันก่อนไปเข้าคลาส body balanceที่fitness มา

    มันก้อมีช่วงนึงที่เค้าให้ทำท่าคล้ายท่ากบ แต่ให้เอาศอกยันเข่าด้านในไว้

    มันจะทำให้ตัวจะเอนไปข้างหน้าหน่อยๆ เราก้อทำไปซักพัก ได้ยินเสียง

    ตุ๊บ ข้างๆ

    หันไปมองคือมีแบบน้องข้างๆเหมือนม้วนหน้าล้มกลิ้งไป

    คือเราน่ะก้อขำนะ แต่ช่วงนั้นมันกะลังทำสมาธิอยู่เล็กๆ แต่ตัวน้องเค้าน่ะ

    ขำแบบออกแนวอายจิงๆตู เราก้อแบบเฉยๆไป กลัวน้องเค้าจะเสียหน้า

    แล้วก้อเล่นไปจนจบคลาส เราว่าน้องเค้าคงอายไปนานพอตัว

    แต่วันนั้นก้อทำเอาปวดขาไปเหมือนกัน มันเกร็งๆเวลาเล่นน่ะ

     

    April 06

    แนวทางชีวิต

    วันก่อนเพิ่งไปสอบปฏิบัติใบขับขี่มา ได้ประสบการณ์อีกแบบ ตะกุกตะกักพอควร
    แต่ยังไงก้อแล้วแต่ได้ใบขับขี่มาแล้น ตอนที่เค้าให้ผ่านยังงงๆว่าผ่านได้ไงวะ
    เพราะเล่นทำเครื่องดับไป2รอบ แถมยังหมุนแล้วหมุนอีก แต่ก้อดีที่เค้าให้ผ่าน เหอๆ
     
    เวลาที่จะต้องไปทำงานจิงๆก้อใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว รู้สึกแปลกๆว่าเราโตขนาดที่จะต้องไปทำงานแล้วจิงๆเหรอ  รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นเด็กๆ ง๊องแง๊งซะมากกว่า ในขณะที่เพื่อนๆยังดูมีความสามารถกันมากกว่าอีก แต่ยังไงก้อแล้วแต่ รับปากเค้าไปแล้วนิ ทำอะไรไม่ได้แล้ว ต้องเดินหน้าลูกเดียว (สงสัยเค้าคงปวดกบาลน่าดูว่ารับอีนี่เข้าไปทำงานได้ไงวะ อิอิ)
    เอาไว้ทำงานแล้วเปนยังไงจะมาเล่าให้ฟังใหม่ละกาน
     
    March 31

    tetra recart

    วันที่เพิ่งไปดูโรงงาน ข้าวโพดบรรจุใน tatra recart มา
    ไฮโซเจงๆ อาจปนด้วยความที่เปนplant ใหม่มั๊ง
    แต่ตัวเครื่องมือก้อถือว่าค่อนข้างแปลกใหม่ดี
    น่าสนใจดี เพราะเพิ่งเปนโรงงานแรกในเอเชียมั๊งที่ทำ
    ได้ความรู้ใช้ได้ แต่เดินทางไกลว่ะ
    โคดเมื่อยตูดเลย นั่งซะตูดบาน
    แต่ก้อได้อีกfeelดี วันนี้มีแค่นี้แหละ ไม่มีไรมากไปกว่านี้แล้น
    อ้อ เด๋วพรุ่งนี้ไปงานกาชาดดีก่า อากาศคงไม่ร้อนมากแล้วด้วย